ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5...

16
ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ

Transcript of ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5...

Page 1: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

ภาคผนวก จ

กจกรรมวถท 5 ใหเกยรต

Page 2: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

145

กจกรรมท 1 พฤตกรรมทางสงคม

1..ชอกจกรรม พฤตกรรมทางสงคม 2. วตถประสงค 1..ระบพฤตกรรมทควรท าและไมควรท าในการอยรวมกบผอน 2..เพอใหนกเรยนมพฤตกรรมทแสดงถงการรบฟงและยอมรบความคดเหนซงกนและกน 3..เพอใหนกเรยนมพฤตกรรมทเหมาะสมในการอยรวมกบผอน

3. แนวความคด การอยและท างานรวมกบผอน.นกเรยนตองเรยนรทจะแสดงพฤตกรรมทดตอกน.รวมทงการรบฟงและยอมรบความคดเหนซงกนและกน.อนท าใหเกดความสงบเรยบรอยในสงคม.มความสข ในการอย.และท ากจกรรมรวมกบผอน 4. ขนตอนกจกรรม 4.1 ขนน า น าเขาสบทเรยนโดยการสนทนาเกยวกบความสมพนธของนกเรยนในหองเรยน.วามใครไมถกกนบาง เรองอะไร.ท าไมถงไมถกกน.แลวสมาชกในหองรสกอยางไรทเหนเพอนไมถกกน.แตถามใครทไมถกกนกใหบอกวา.รสกอยางไรทเพอนๆ.มความสมพนธทดตอกน 4.2 ขนกจกรรม 1..แบงนกเรยนเปน 2 กลม กลมท 1 รวมกนคดวาพฤตกรรมใดบางทควรท าในการอยรวมกบผอน กลมท 2 รวมกนคดวาพฤตกรรมใดบางทไมควรท าในการอยรวมกบผอน 2..ทบทวนพฤตกรรมทเหมาะสม (ควรและไมควรท า).ในการอยรวมกน 3..รวมกนคดวาผอนทเกยวของกบนกเรยนมใครบาง 4..แบงนกเรยนเปน 5 กลม กลมท 1 รวมกนระบพฤตกรรมทควรและไมควรแสดงตอเพอน กลมท 2 รวมกนระบพฤตกรรมทควรและไมควรแสดงตอคร กลมท 3 รวมกนระบพฤตกรรมทควรและไมควรแสดงตอผปกครอง กลมท 4 รวมกนระบพฤตกรรมทควรและไมควรแสดงตอผออนวยกวา

Page 3: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

146

กลมท 5 รวมกนระบพฤตกรรมทควรและไมควรแสดงตอเพอนบาน บนทกลงในใบงาน เรอง การแสดงออกอยางเหมาะ 5..แตละกลมน าเสนอผลงาน กลมทเหลอเสนอแนะเพมเตมละคดคานได.ผน าเสนอบนทกขอยตในใบงานของกลม. 6..รวมกนสรปวา การอยในสงคมรวมกบผอน มารยาทและการแสดงออกเปนเรองส าคญทจะท าใหมความรสกทดตอกน นกเรยนควรน าสงทแตละกลมน าเสนอไปปฏบตตอกน 7..ครน าสนทนาเกยวกบการหาขอตกลงในกลมทสมาชกมความเหนไมตรงกนแลวเกดการทะเลาะววาท.ทนกเรยนเคยพบเหนในชวตประจ าวน.เชน.การไปทศนศกษา.การจดงานวนเดก 8..คดเลอกนกเรยน 10 คน แสดงบทบาทสมมตในการประชมก าหนดกจกรรมการแสดงของหองวนเดก ทเหลอกเปนคนด (ซงครตองคดเลอกและซกซอมความเขาใจในการแสดงบทบาทสมมตไวลวงหนาวาในการประชม มคนหนงเปนประธาน อกคนหนงเปนผบนทกการประชม.ทเหลอ 8 คน.เปนผเขารวมประชม และสถานการณในการประชมจะไมราบรน เนองจากแตละคนก ตองการ จะใหทประชมยอมรบความคดเหนของตน) 9..ครดทกคนตองสงเกตแสดงพฤตกรรมของผแสดงแตละคน.แลวบนทกการสงเกตลงในแบบบนทกโดยระบหมายเลขทวางอยหนาผประชม 10..เมอการประชมด าเนนไปประมาณ.10.-.15.นาท.ใหหยดการประชม.แลวถามผดวาการประชมนมมทาวาจะหาขอยตไดไหม เพราะเหตใด .(ซงตามทซกซอมไวจะตองหาขอยตไมได เพราะไมมใครยอมรบฟงความคดเหนของผอน) 11..ครทบทวนผลการประชมทหาขอยตไมได เพราะไมฟงความคดเหนซงกนและกน 12 ..ขออาสาสมคร.10.คน .ทจะแสดงบทบาทสมมตการประชมทหาขอยต ไม ได และบรรยากาศเปนไปดวยความราบรน.โดยใหเวลาซกซอม.10.นาท 13..อาสาสมครแสดง.สมาชกทเหลอสงเกตและบนทกลงแบบบนทกแผนท.2 4.3 ขนสรป รวมกนสรปวาการประชมครงท 2 .นส าเรจลงไดดวยด.เพราะทกคนมการรบฟ ง และยอมรบความคดเหนซงกนและกน 2..นกเรยนรวมกนสรปความรตามประเดนทครก าหนดให.ดงน 5. สอทใช 5.1 ใบความร เรอง ยอมรบฟงความคดเหนของผอนอยางมเหตผล 5.2 ใบงานท 1 เรอง การแสดงออกอยางเหมาะสม 5.3 แผนผงการจดทประชม

Page 4: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

147

5.4 แบบบนทกการสงเกตการณประชม 2 แผน ตอนกเรยน 1 คน 6. ประเมนผล 6.1 การสงเกต 1. การอภปรายแสดงความคดเหน.และตอบค าถามของนกเรยน

2. สงเกตการปฏบตกจกรรมระหวางเรยน

Page 5: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

148

ใบความร เรอง ยอมรบฟงความคดเหนของผอนอยางมเหตผล

คนเราไมสามารถอยคนเดยวในโลกนได.เพยงแตเราควรจะยอมรบใหผอนมาอยดวยกบเราไดหรอไม เราควรเปดโอกาสใหผอนเขามาใหความคดเหนหรอวาใหโอกาสเขาไดพดในสงทเขาคดวาถกตองหรอเหนสมควร.เราจะไดสงใหมเขามาในชวตไดอกเยอะเหมอนกน.เชน.ในการเรยน การท ารายงานสงใหอาจารยในกลมทเราจบกลมกนนน.หากเรารบฟงความเหนของผอน.เราจะไดความเหนหรอความคดจากคนในกลมอาจจะท าใหรายงานมเนอหาไดมากขน.หรอแมกระทงการท างาน.เชน.ในฝายการตลาด.มการประชมในระหวางไตรมาสเกดขน.เพอคนหาวาหนวาท าไมผเขาแขงขนหรอคตอส.มยอดขายมากยงขน.ถามแตประธานในทประชมพดในสงทตนเองร.งานนนอาจจะไมไดขอมลอะไรเลย.แตถามคนใหความคดเหนหรอบอกวาฝายตรงขามใชกลยทธแจกของทดลองใชกอน.และมสวนลดเมอไปซอและโฆษณาตามสถานทส าคญตางๆ.ท าใหเขาถงกลมปาหมายไดดกวาอาจจะมคนใหความเหนวาเราควรจะจดใหมกจกรรมตามสถานศกษาเพอกระตนกลมเปาหมายลกคาในกลมนกเรยนนกศกษา.หรอวาจะใหมการจดเพมยอดขายไดอกทางแตถาไมมคนทใหความเหนในทประชมงานอาจจะไมสามารถแกไขทนคตอสหรอวางานนนอาจจะขาดทนไปเลยกได จงเหนไดวาการทยอมรบหรอรบฟงในความคดเหนของผอนจะท าใหงานของเราทท าไดหรอออกมาสภายนอกเปนทตองการของตลาด.หรอวาจะเปนขอมลทดกวาบคคลอน.ดงนนการรบฟงความคดเหนของผอนกมสวนท าใหงานทท านนประสบความส าเรจตามกนมา การทเราเปดโอกาสใหผอนเขามาแบงปนความคดเหนหรอรบฟงความคดเหนของผอนอาจจะท าใหเรารสกไมด .อาจจะกลววาเขาจะมาแยงผลงาน.เราอาจท าใหการท างานราบรนมากขนในชวตประจ าวนหรอการเรยนกจะท าใหประสบความส าเรจเชนเดยวกบกรณทมเพอนรวมงานแนะน า บางครงเราอาจจะคดวาเขาอาจจะมาแยงในต าแหนงหนาทของเรา.แตถาเรามองโลกในแงดเขาอาจจะตองการใหเราเปนผน าหรอหวหนาทดในอนาคตของการท างานเพราะเขากเปนลกนองยอมมองเหนถงจดดหรอจดดอยของเราได.สงนจงส าคญในการท างานใหประสบความส าเรจดวย การยอมรบและรบฟงความคดเหนของผอนนบเปนอกหนงลกษณะของการเปนผน าทด เพราะเมอผน ารบฟงความคดของคนอน เขากจะสามารถคดกรองเอาความคดเหนทดทสดมาปฏบตซงจะเปนประโยชนอยางมากทงกบตวเองและประชาชน.ในขณะเดยวกน.หากผน าหลงตวเอง.มองวาความคดตวเองสมบรณแบบเบดเสรจ.เขาและสงคมกตองพลอยหมดโอกาสจะไดรบพลอยเมดงาม ซงบางทอาจไดรบจากประชาชนชนต าสดในสงคมกเปนได

Page 6: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

149

ใบงานท 1 เรอง การแสดงออกอยางเหมาะสม

ค าชแจง ใหนกเรยนบนทกพฤตกรรมทควรแสดงและทไมควรแสดง

พฤตกรรมทควรแสดง พฤตกรรมทไมควรแสดง

Page 7: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

150

แผนผงการจดทประชม

Page 8: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

151

แบบบนทกการสงเกตทประชม ค าชแจง ใหนกเรยนสงเกตการประชมแลวบนทกพฤตกรรมในการรวมประชมของแตละคน

คนท

พฤตกรรมในการรวมประชม

1.

2.

3.

4.

5.

6.

7.

8.

9.

10.

Page 9: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

152

กจกรรมท 2 มารยาททางสงคมของฉน

1. ชอกจกรรม มารยาททางสงคมของฉน 2. วตถประสงค

1..บอกมารยาททดในสงคมได 2..วเคราะหผลทไดรบจากการมมารยาททดได

3. แนวความคด มารยาท คอ การแสดงออกทมแบบแผนในการประพฤตปฏบตโดยไดรบการอบรมใหงดงามตามความนยมแหงสงคมมารยาท.ไมไดตดตวมาแตเกด.แตไดมาจากสงแวดลอม.มการศกษา.อบรมเปนส าคญ มารยาทแสดงออกมาทกรยาทาทางและการพดจา ตองฝกเองจนเกดขนเปนอตโนมต คนดมารยาทดเทากนแตอาจไมเหมอนกน.เพราะคนมบคลกภาพตางกน.การแสดงออกยอมตางกนดวย มตวรวม.คอ.แสดงออกมาแลวเปนผลดแกตว.เพราะท าใหผอนพอใจดวยรสกวาไดรบเกยรต.เมอใหเกยรตแกผอน.ตนเองกจะเปนผมเกยรตดวย.สงคมใดมคนแสดงมารยาทดตอกน.สงคมนนเปนสงคมของผมเกยรต 4. ขนตอนกจกรรม 4.1 ขนน า น าเขาสกจกรรมโดยใชวธการชมเชยใหก าลงใจ ซงตวนกเรยนเองตองการความสนใจ การยอมรบทสม าเสมอจากคร ครจงควรบอกใหนกเรยนรถงความตองการอยางชดเจน .ชมเชย เมอนกเรยนแสดงพฤตกรรมทด.ครน าเขาสกจกรรม 4.2 ขนกจกรรม 1. ครซกถามนกเรยนวา.มารยาทคออะไรโดยยกตวอยาง เชน -.กอนนกเรยนจะเดนเขาหองเรยนทมการเรยนอยนกเรยนควรขออนญาตคณครทก าลงสอนอยเพอขอเขาหองเรยน.เรยกวา.“ผมมารยาท” -.เมอนกเรยนเดนผานผใหญหรอผอาวโสกวาควรยกมอไหวและกลาวค าทกทาย “สวสดครบ/คะ”.ดวยความออนนอมถอมตน.จงไดเรยกวา.“ผมมารยาททด” 2. ครและนกเรยนรวมกนชมวดทศน.เรอง.มารยาททดในสงคม 3. ครและนกเรยนรวมกนอภปรายจากการรบชมวดทศนแลวสรปรวมกน

Page 10: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

153

4..ครแจกและชแจงการปฏบตใบงานท 1.เรอง มารยาททางสงคมของฉน.แลวใหนกเรยนท าตามค าชแจง 5..ครและนกเรยนรวมกนอภปราย และสรปการมมารยาททเหมาะสมในสงคม 4.3 ขนสรป ครและนกเรยนรวมกนสรปวาทกคนควรมมารยาททางสงคมทด .จะเปนสงทชวยใหนกเรยนอยรวมกนในสงคมกบบคคลอนไดดและมความสข 5. สอทใช 5.1 ใบความร เรอง มารยาททางสงคม 5.2 ใบงานท 1 เรอง มารยาททางสงคมของฉน. 5.3 วดทศน.เรอง.“มารยาททดในสงคม” 6. ประเมนผล 6.1 การสงเกต 1. การอภปรายแสดงความคดเหน.และตอบค าถามของนกเรยน

2. สงเกตการปฏบตกจกรรมระหวางเรยน

Page 11: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

154

ใบความร เรอง มารยาททางสงคม

ธรรมชาตของคนเราตองการความภาคภมใจในตวเอง ไมวาจะเปนคนยากดมจน สงต าด าขาวอยางไร.กมกจะหาความภาคภมใจจากสงใดสงหนงในชวตของตนจนได .เชน.ฐานะ.ชาตตระกล การศกษา.หนาทการงาน.ความสามารถ.รปรางหนาตา.เปนตน.แมคนหนาตาธรรมดากอาจม ความภมใจวา.ตนมความงามในสวนใดสวนหนง .เชน.ฟนสวย.ตาสวย.รมฝปากสวย.ผมสวย.ฯลฯ ความภาคภมใจนกอใหเกดความมนใจในคณคาของการด ารงอยแหงชวต ดงนนจงไมมใครปรารถนาทจะคบหากบบคคลทชอบใชกรยาวาจามาบนทอนความภาคภมใจ ท าลายเกยรตยศของตน.ไมวาบคคลนนๆ จะเปนใครกตาม ทกคนตางกมเกยรตดวยกนทงนน.ตองรจกทจะใหเกยรตซงกนและกนตามล าดบฐานะ.เชน.นกเรยนตองใหเกยรตตอพอแม.ครอาจารย.หวหนานกเรยน เพอนๆ.นกเรยนรนพ.และรนนอง.คตอสในการแขงขนกฬา หรอบคคลทอยในฐานะทต ากวากตองไดรบเกยรตเชนเดยวกน การใหเกยรตนน.กระท าไดทงกาย.วาจา.และใจ.การกระท า.เชน.การท าความเคารพ การเชอฟงคร.การไมพดแทรกขนระหวางทผอนก าลงพด.การไหว.และการแสดงความยนด.หรอการแสดงความเสยใจ.ผทรจกใหเกยรตผอน.ยอมไดรบความยอมรบ.นยม.ชมชอบวาเปนผมมารยาทงามและเปนคนนารก นอกจากน ตองรจกใหเกยรตสถานทดวย เชน โรงเรยนนกเรยนตองแตงกายใหเหมาะสมอยในระเบยบของโรงเรยน.หองประชม.หรอแมแตสถานทราชการ.หรอการไปบานของผอน.ผมเกยรตตองรจกการใหเกยรตสถานท สรปไดวา คนทกคนตองรจกใหเกยรตตอตนเองและผอน.เชอและภาคภมใจในเกยรตของตน แลวกรจกทจะใหเกยรตผอนทอยรวมกนในสงคม.จะเปนพอแมพนอง.ครอาจารยและบคคลอนๆ ถาทกคนรจกใหเกยรตกน.สงคมกจะนาอย

Page 12: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

155

ใบงานท 1 เรอง มารยาททางสงคมทดของฉน

ค าชแจง ใหนกเรยนแผนผงความคด เรอง มารยาททดในสงคม

มารยาททดในสงคม

Page 13: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

156

กจกรรมท 3 จตสาธารณะคออะไร

1. ชอกจกรรม จตสาธารณะคออะไร 2. วตถประสงค 1. เพอใหนกเรยนมความรความเขาใจเกยวกบเรองจตสาธารณะ 2. เพอใหนกเรยนเกดความตระหนกเหนความส าคญของการมจตสาธารณะ 3. แนวความคด จตสาธารณะ.คอ.คณลกษณะทางจตใจของบคคลทมความพรอม.ความปรารถนาทจะชวยแกปญหา.การแสดงออกทจะอทศตนเพอประโยชนสวนรวม.รวมถงการใชและการรกษาสงของทเปนของสวนรวม.การพฒนาจตส านกในตวบคคล.ควรไดรบการพฒนาตงแตวยเดก.ซงผทมอทธพล อยางยงตอพฤตกรรมของเดก กคอ.บดา.มารดา.คร และเพอน หากครอบครว.คร.เพอน.ไดถายทอดความมจตส านกทด.มจตส านกตอสาธารณสมบตสวนรวมใหแกเดกอยางสม าเสมอ.เดกจะซมซบคณลกษณะทดตดตวไป 4. ขนตอนกจกรรม 4.1 ขนน า น าเขาสกจกรรมโดยครสนทนากบนกเรยนถงความหมายของจตสาธารณะตามทนกเรยนเขาใจ.และนกเรยนเคยปฏบตตนหรอเคยเหนผอนปฏบตตน.แสดงความมน าใจ.ความเออเฟอ.ไมเหนแกตว.อยางไรบาง 1..ครใหนกเรยนดภาพสถานทตางๆ .ในโรงเรยนทสกปรก.เสอมโทรม.ช ารด.เสยหาย. และทสะอาด.สวยงาม.ไมช ารด.เชน.มาหนออนทหกพง.มานงทสะอาดไมพง.ผนงอาคารทถกขดเขยนกบทไมมรอยขดเขยน 4.2 ขนกจกรรม 1. นกเรยนพจารณาภาพในขอ 1 และอภปรายรวมกนวานกเรยนชอบภาพใด ไมชอบ ภาพใด เพราะเหตใด.ภาพทนกเรยนไมชอบ.นกเรยนมความรสกอยางไร กอใหเกดผลกระทบกบ ใครบาง นกเรยนคดวาภาพทเหนเปนปญหาทควรแกไขหรอไม นกเรยนควรมสวนรวมในการแกปญหา เหลานน.อยางไร.ท าไมเราจงควรรวมกนแกไขปญหาดงกลาว

Page 14: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

157

2. เมอนกเรยนอภปรายแสดงความคดเหนพอสมควรแลว.ครน าเขาสเรอง.จตสาธารณะ โดยชแจงนกเรยนวาทนกเรยนอภปรายเกยวกบปญหาทเกดขน.สาเหตของปญหาเหลานนนเกดมาจากการทนกเรยนจ านวนหนงขาดจตสาธารณะ 3..ครใหนกเรยนปฏบตใบงานท.1.เรอง.จตสาธารณะคออะไร 4..ครสนทนาซกถามนกเรยนเกยวกบจตสาธารณะคออะไร.ท าไมเราตองมจตสาธารณะ 5..ครใหความรเกยวกบเรอง.จตสาธารณะ.แกนกเรยน.โดยชแจงประกอบใบความร.และใหนกเรยนยกตวอยางการปฏบตกจกรรมตางๆ.ทจดเปนจตสาธารณะ 4.3 ขนสรป ครและนก เรยนรวมกนสรป .โดยใหนก เรยนตระหนกเหนความส าคญของการม จตสาธารณะ 5. สอทใช 5.1 ภาพสถานทตางๆ.ในโรงเรยน 5.2 ใบความร.เรอง.จตสาธารณะ 5.3..ใบงานท.1.จตสาธารณะคออะไร 6. ประเมนผล 6.1 การสงเกต 1. การอภปรายแสดงความคดเหน.และตอบค าถามของนกเรยน 2. สงเกตการปฏบตกจกรรมระหวางเรยน

Page 15: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

158

ใบความร เรอง จตสาธารณะ

จตสาธารณะ (Public.mind,.Public.consciousness).คอ.ความรสกของบคคลทมองเหนถงปญหาตางๆ.ทเกดขนในสงคม.แลวรสกอยากเขาไปมสวนในการชวยเหลอสงคมในเรองตางๆ . ทเปนปญหา.หรอเกดความเดอดรอน.โดยรถงสทธและหนาทในความรบผดชอบ.พรอมลงมอปฏบตรวมชวยเหลอและแกไขปญหาตางๆ.ใหแกสงคมของเรารวมกบผอน.หรอเรยกงายๆ.วาเปนน าใจของคนทมความเออเฟอเผอแผซงกนและกน.ในสงคมดวยความเตมใจโดยไมหวงผลตอบแทนใดๆ.นนเอง ขอดของการมจตสาธารณะคออะไร? -.ท าใหเปนคนคดบวก มองผอนในแงทด ไมคดรายตอผอน -.ท าใหเราเปนคนทสามารถอยรวมกบผอนในสงคมไดเปนอยางด.และปรบตวเขากบสงแวดลอมตางๆ ไดด -.ท าใหเปนทรกใครจากผคนรอบขางและไดรบความเมตตา -.ท าใหเปนคนไมเหนแกตวคดถงสวนรวมเปนหลกมากกวาประโยชนสวนตน -.ท าใหเปนคนเขาใจผอนไดเปนอยางด -.ท าใหเปนคนมเหตมผล.เขาใจและเหนใจในความทกขเดอดรอนของผอนโดยไมเหยยดหยามหรอทบถมผอน -.ท าใหเขากบผอนไดงายและมมนษยสมพนธทด -.ท าใหเปนคนใจกวาง.มความรกใหแกผคนและสงรอบขาง.ไมวาจะเปนคน, สตว,.พช.หรอสงแวดลอมตางๆ.เปนตน -.ท าใหกลายเปนผชอบชวยเหลอผอนโดยไมนงดดาย.ไมคดวาไมใชเรองของตน.แลวละเลยปลอยทงใหผอนเดอดรอน - เมอถงยามทเราเดอดรอนกจะมผยนมอเขามาชวยเหลอเชนกน ซงการมจตสาธารณะนหากเราเรมปลกฝงกนตงแตเดก.กจะท าใหเดกสามารถเตบโตขนมาเปนคนดของสงคมไดด.โดยพอแมผปกครองสามารถฝกใหเดกเรมเรยนรจากการมระเบยบวนย .รบผดชอบตอตนเอง.เรยกวาเรมกนตงแตสงเลกนอยใกลๆ.ตว.ท าใหเดกคอยๆ.รจกการเรยนรจากสงทเรยกวากฎของธรรมชาตการอยรวมกน ทผานการสอน .ฝกฝนมาจากตนเองและสงแวดลอม รอบขาง.ทส าคญพอแมผปกครองควรท าตวเปนแบบอยางทดใหแกเดกดวย.กจะท าใหเดกเหลาน เตบโตขนมากลายเปนผมจตสาธารณะของสงคมนนเอง

Page 16: ภาคผนวก จ กิจกรรมวิถีที่ 5 ให้เกียรติ › doc › file › 13.ภาคผนวก จ วิถีที่ 5 ให้...5.2

159

ใบงานท 1 เรอง จตสาธารณะคออะไร

ค าชแจง ใหนกเรยนตอบค าถามตอไปน

1. บคคลทมจตสาธารณะจะมลกษณะอยางไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. ถาคนในประเทศชาตขาดจตสาธารณะประเทศชาตจะเปนอยางไร ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. เพราะเหตใดเราจงตองใหความส าคญกบเรอง.จตสาธารณะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. ใหนกเรยนยกตวอยางแนวทางในการสรางจตสาธารณะในตนเองมาอยางนอย.5.อยาง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. ใหนกเรยนยกตวอยางจตสาธารณะทนกเรยนสามารถท าไดมาอยางนอย.5.อยาง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………